...การรอคอยเพื่อนที่แสนยาวนาน...

 

 แปลกจังทำไมเพื่อนโกรธนานจริง โทรมาชวนกินข้าวในเวลาที่เรายุ่งแสนสาหัส โทรกลับไปก็ไม่รับสาย….              

         เช้ามืดวันหนึ่งหลังจากกลับจากท่องเที่ยวในกัมพูชาได้สักเดือนสองเดือน ประมาณตีสามกว่ายังไม่ตีสี่ดี มีผู้หญิงผมยาวแต่งชุดขาวยาวพลิ้ว (คล้าย ๆ ในภาพยนตร์จีน) เข้ามาหาข้าพเจ้าพร้อมแสงสว่างเรืองรอง กำลังค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ยังไม่ทันเห็นหน้า ข้าพเจ้าร้องเหมือนถูกผีหลอกดังสนั่นหวั่นไหว กึ่งหลับกึ่งตื่น แต่ลุกขึ้นจริงพร้อมจะวิ่งจริง... คิดในใจ...ที่มานั่นน่ะ แถวบ้านเค๊าเรียกว่า “ผี”

          วันรุ่งขึ้นรีบโทรหาเพื่อนพยาบาล ชวนไปถวายสังฆทานหลวงพ่อ พร้อมเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้หลวงพ่อฟัง

หลวงพ่อ: อืม... เพื่อนเธอน่ะสิ

ข้าพเจ้า: ไม่มีเพื่อนเสียชีวิตเลยนะคะ (เพราะไม่ได้ข่าวเลยจริง ๆ)

หลวงพ่อ: แน่ใจ? ไม่งั้นก็ญาติพี่น้อง ที่ติดต่อสื่อสารกับเธอได้

ข้าพเจ้า: ไม่น่าใช่ แต่ จะใครก็ช่าง ขอถวายสังฆทานนี้ให้เค๊าค่ะ....

ปกติชีวิตการทำงานยุ่งมาก..ชีวิตส่วนตัวสับสน.. คิดถึงอาหมวย..เพื่อนที่ว่างต้องมาหาหรือโทรมา แต่ทำไมเราโทรไปทีไร ใครรับก็ไม่รู้ ไม่ใช่อาหมวย ฝากบอกเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำทัวร์ ถ้าเจอ มัคคุเทศก์ ที่ชื่อ หมวย เดือนฉาย ฝากบอกด้วย มีคนคิดถึง ในใจคิดเสมอเพื่อนเราคงสบายดี แต่ถ้ามีข่าวเกี่ยวกับทัวร์ หรือรถนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุ ต้องรีบดูข่าวและ โล่งใจทุกครั้งที่ไม่ใช่บริษัทที่เพื่อนเราทำทัวร์อยู่

หนึ่งปีผ่านไปสองปีสามปี...สี่ปี..ห้าปี...รู้ตัวอีกทีหกปีแล้วหรือ? ทำไมอาหมวยหายไปไหนนานจัง ไม่ได้ละต้องหาเบอร์โทรให้ได้ ถามเพื่อน ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งทราบว่ามีเพื่อนคนหนึ่งช่วยได้ (ขอบคุณปลัดหนุ่ย) เช็คและแจ้งกลับภายในไม่กี่นาที ว่าเพื่อนเรา อาหมวย เดือนฉาย xx เสียชีวิตด้วยเส้นโลหิตในสมองแตกที่ รพ วชิระภูเก็ต  ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ทำอะไรไม่ถูก คิดแต่ว่าเราเป็นเพื่อนที่แย่ไม่เอาไหนเลย ไม่รู้ว่าเพื่อนเสียชีวิต พลันย้อนคิดดู เค๊ามาหายังไม่รู้เลย... ใช่แล้ว...ผู้หญิงผมยาว ชุดขาวคนนั้นคืออาหมวยนั่นเอง...

วันรุ่งขึ้นลางานรีบไปพบหลวงพ่อ ซื้อสังฆทานชุดใหญ่พร้อมผ้าไตรจีวร ตาลปัตร บาตร บวชพระใหม่ได้หนึ่งรูป อุทิศส่วนกุศลให้อาหมวยแต่เพียงผู้เดียว หลวงพ่อนั่งรออยู่ พร้อมทำพิธี ให้เขียนชื่อ สกุล อาหมวย ลงในกระดาษ แล้วเผานำขี้เถ้าใส่ภาชนะรอกรวดน้ำ ในทันใดนั้นเองฟ้าใส ๆ เริ่มขมุกขมัว ลมพัดเอื่อย ๆ เริ่มพัดหมุนดังและแรงขึ้นเรื่อย ๆ (เสียงลมพัดอื้ออึงยังก้องอยู่ในหู) กิ่งไม้น้อยใหญ่ฟาดลงบนหลังคากุฏิหลวงพ่อ สุนัขหอนกลางวัน ข้าพเจ้านั่งนิ่ง ๆ รอหลวงพ่อสวดและนั่งหลับตาครู่หนึ่ง พอหลวงพ่อลืมตา ข้าพเจ้า ถามว่า "อาหมวยมาใช่ไหมคะ?" หลวงพ่อพยักหน้า บอกว่า “นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอละ” แล้วหลวงพ่อก็พูดเสียงดังว่า “มาพบเค๊าด้วยเรื่องอะไรหรือ?” แล้วก็ทวนคำตอบให้ข้าพเจ้าฟัง “อ้อ... จะมาบอกลา จะไปเกิดแล้ว... มีอะไรติดค้าง.. ห๊ามีของให้เค๊า... อ้อแต่ที่บ้านมาเก็บไปหมดแล้ว อืม....” ข้าพเจ้าสนทนาพักหนึ่ง และได้ขอโทษ ขออโหสิกรรม พร้อมขอให้เพื่อนไปเกิดในภพภูมิที่ดี... สาธุ...   สุดท้ายหลวงพ่อทิ้งท้ายไว้ว่า “อ้าว...ทีนี้มีอะไรจะบอก จะคุยกันก็ไปเข้าฝันเขานะ ไปแบบดี ๆ สวย ๆ ปกติ ๆ ไอ้นี่มันขี้กลัว เดี๋ยวตกใจจะไม่ได้คุยกันอีก”

 เสร็จพิธีข้าพเจ้าถามหลวงพ่อว่าทำไมก่อนหน้านี้ จึงติดต่อกันไม่ได้ หลวงพ่อบ่นปนด่าว่า “ โง่เง่าเต่าตุ่น เค๊ามาอยู่กับเธอตั้งนานแล้วในรูปของวิญญาณ มิติซ้อนมิติ ถ้ารู้เร็วกว่านี้ จะดีแก่ทั้งสองฝ่าย มัวแต่คิดเรื่องไอ้คนที่ไม่น่าคิดถึง (โดนดุ อีกละ)” “แต่ครั้งนี้อาหมวยต้องทำทุกวิถีทางให้เธอรู้ให้ได้ว่าเค๊าตายไปแล้วนะ ไม่งั้นเธอก็รออยู่นั่นแหละ อาหมวยจะไปเกิดก็ไปไม่ได้.... ทีนี้ก็หมดห่วงแล้ว” 

มิน่าล่ะข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนมีใครอยู่ด้วยในหลาย ๆ ครั้ง แต่ที่ห้องข้าพเจ้ามีพระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เต็มไปหมด.. เลยคิดว่าคงคิดไปเอง... แล้วที่ข้าพเจ้าสงสัยติดค้างในใจว่าวิญญาณที่มาหาในชุดขาวเมื่อหกปีที่แล้ว คืออาหมวยนั้นใช่ไหม? จึงถามหลวงพ่อออกไป

หลวงพ่อตอบว่า: “เออใช่จริง ๆ ด้วย แสดงว่าเพื่อนเธอคงได้ทำบุญ ถวายผ้าขาวหรือชุดไว้ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิต เลยมาให้เห็นในชุดขาวสวย” (พร้อมสอนข้าพเจ้าให้ถวายผ้าบ้างเวลาถวายสังฆทาน ไม่จำเป็นต้องเป็นชุด เป็นผ้าดิบขาวหรืออะไรก็ได้ และเล่าเรื่องวิญญานเพื่อนหลวงพ่อสมัยเรียนเกษตรศาสตร์ให้ฟังว่า มาหาแทบจะเป็นชีเปลือยมาเลย หลวงพ่อต้องเรียกเพื่อน ๆ เกษตร ฯ มาทำบุญถวายผ้าไปให้เพื่อนที่เสียชีวิตคนดังกล่าว)

ทุกวันนี้ข้าพเจ้ายังคิดถึงอาหมวยเสมอ หลาน ๆ ถามว่าทำไม อาหมวยต้องมาอยู่กับข้าพเจ้าตอนเป็นวิญญาณ อ๋อ...ก็เพราะอาหมวยเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยไปมาหาสู่ข้าพเจ้าเสมอ บางทีก็มาค้างด้วยบ่อย ๆ ก่อนจะย้ายไปทำทัวร์แถว ๆ ภูเก็ต เป็นเพื่อนที่ไม่เคยคิดร้ายหรือให้ร้ายใคร ๆ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง มีแต่เม๊าท์เรื่องทำทัวร์ให้ฟังสนุก ๆ  เป็นหญิงเหล็กสู้ชีวิต หาเลี้ยงตัวเอง และจริงใจให้เพื่อนคนนี้เสมอมาตลอดยี่สิบปี... หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ข้าพเจ้าฝันเห็นอาหมวยมาแบบปกติ มานั่งคุยกันตามประสาเพื่อนอีกครั้ง และจากนั้นมาก็ไม่ฝันเห็นอีกเลย.....

นับเป็นการสิ้นสุดการรอคอยทานข้าวกัน..ที่แสนยาวนาน...

(ขอบคุณอาหมวยที่ทำให้เพื่อนเข้าใจบางเรื่องอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นคือ การเวียนว่าย ตาย เกิด ในวัฏสงสารนั่นเอง)

 เรื่องจริงเล่าโดย ลูกศิษย์ WM

                                                      

 

วัตถุมงคล