โลกทิพย์ (ตอน ๓ จบ)

 

 

 

 

 

ช่องว่างของเวลา จริง ๆ แล้วมาพบปะกันได้ สื่อสารกันได้แตะกันได้
เราเรียกตรงนี้ว่าปัจจุบัน 
นึกคิดไปในอนาคตเหมือนความฝันยังไม่เกิด
ขึ้นจริง
นั่นเขาเรียกว่าอนาคต ส่วนที่ผ่านมาแล้วกลับแก้ไขไม่ได้เรียก
ว่าอดีต

      มีอยู่คราวหนึ่ง เรื่องนี้ยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง วันนั้นอาตมาขึ้นรถมาพร้อม
กับหลวงพ่อโลกทิพย์ กำลังจะไปทอดผ้าป่าที่จ
.จันทบุรี ระหว่างนั้นยุคนั้น
หมอดูเริ่มเข้ามาเริ่มดัง มี อ. ประกายเพชรเป็นหลัก ก็มีเรื่องเล่าว่าชีวประวัติ
เดิมของ อ
. ประกายเพชรเป็นครู แล้วก็ฝึกกรรมฐานไปมา โดยเห็นภาพนิมิต
เป็นหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ (พระมงคลเทพมุนี) ก็ฝึกไปฝึกมา ทีนี้เกิด
รังเกียจลูกชายกับสามีตัวเอง กลิ่นเป็นที่รังเกียจ ก็เลยแยกตัวออกมาตั้งสำนัก
อยู่เองกับลูกศิษย์ผู้หญิง วันหนึ่งได้ข่าวว่าวัดปากน้ำแจกพระสมเด็จรุ่นพระ
ไตรปิฏก เกิดอยากจะได้ แกกับลูกศิษย์อีกคนหนึ่งก็เลยรีบไปที่วัดปากน้ำ
พอไปถึงหน้าวัดปุ๊บแกเห็นรองเท้าเป็นหมื่นคู่เลย ทำไมมีแต่รองเท้า ไปถึง
หน้ากุฏิที่เขาแจกพระสมเด็จฯ มีแม่ชีกำลังแกะกล่องแจก แกก็ถามว่า อ้าว

ฝ่ามาได้ยังไงเนี่ย อ. ประกายเพชรก็บอกว่าฝ่ามาทีไหน เห็นแต่รองเท้า
ไม่เห็นมีใครเลย
คนที่แจกอยู่ก็บอกหันไปดูสิ แกก็หันไปดูคนเป็นหมื่น
เลยกำลังใส่รองเท้า
กันอยู่ครบเลย เกิดอะไรขึ้น ต้องการคำตอบ ช่องว่าง
ของเวลา จริง ๆ แล้วมาพบปะกันได้ สื่อสารกันได้ แตะกันได้ เราเรียกตรงนี้
ว่าปัจจุบัน
นึกคิดไปในอนาคตเหมือนความฝันยังไม่เกิดขึ้นจริง นั่นเขา
เรียกว่าอนาคต
ส่วนที่ผ่านมาแล้วกลับไปแก้ไขไม่ได้เรียกว่า อดีต
เห็นไหม
ช่องทางของเวลาก็คือว่า อ. ประกายเพชรมีความกระตือรือร้น
พุ่งไปเลย พุ่งไปล่วงหน้า เกิดเข้าไปในช่องว่างของเวลา คือไปก่อนที่เวลา
ปกติควรจะมา เขาก็เลยไปดักคอยก่อนล่วงหน้าอย่างเก่งก็ประมาณ ๒ - ๓
นาที พอหันกลับมาเวลาปัจจุบันไล่ตูดมาทัน พอทันปุ๊บหันไปก็เจอคน
เพราะฉะนั้นคนที่พุ่งไปสู่อนาคตข้างหน้านั้นส่วนมากจะเห็นวัตุสิ่งไม่มีชีวิต
เป็นหลัก ส่วนสิ่งมีชีวิตของเราที่อยู่ด้วยกันนี้เพราะลมหายใจที่เป็นปัจจุบัน
เรามีสิทธิ์จะย้อนกลับไปข้ามห้วงเวลาไปในอดีตได้ไหม ได้ เพราะอดีตเป็น
สิ่งที่เกิดแล้วคงอยู่แล้ว สสารพลังงานไม่ได้สูญหายไปไหน ยังคงอยู่ของมัน
เพราะฉะนั้นเรามีสิทธิ์ย้อนกลับไปในอดีตเพื่อจะดูก็ได้ จริง ๆ เรียกระลึกชาติ
บ้าง ไม่ระลึกชาติบ้าง กลับย้อนเวลาไปก็ได้ ส่วนอนาคตพุ่งไปเลยไหม
อนาคตขึ้นอยู่กับปัจจุบันที่เราอยู่กับลมหายใจว่าจะเปิดหรือจะปิดมัน ถ้าเปิด
หมายความว่าเราสร้างเหตุปัจจัยตรงนี้แล้วมันไปเกิดข้างหน้า ปลูกมะม่วงได้
กินมะม่วง ไปกินเงาะหรือทุเรียนไม่ได้แน่ แต่ถ้าเกิดเราปิดมัน คือเราปิดซะ
ไม่สร้างเหตุปัจจัยอนาคตมันก็ไม่อยู่ หายไปเลย แต่นี่เขาอยากได้มากมันก็
เลยพุ่งไปก่อนเวลา จิตก็เลยพาสังขารไปหาก่อนด้วยความรวดเร็วแบบใจ
นึกเลย เร็วเกือบเท่ากับใจ ปรากฏว่าไปก่อนล่วงหน้า ปัจจุบันยังไล่กวดไม่
ทัน พอแกไปเสร็จแล้วแกรับ หันมาดู
คนเต็มเลยเป็นหมื่นยืนเข้าคิวกันยาว
เลย รองเท้าตรงนั้นไม่มีแล้ว มีคนยืนอยู่ในรองเท้าหมดแล้ว สิ่งมีชีวิตตามมา
ทันในเวลาไล่กัน เพราะฉะนั้นมันเกิดขึ้นแล้ว และยังมีอยู่

       อีกเรื่องหนึ่งจากหนังสือ
พระราชทานเพลิงของพระอา
จารย์อ่อน ญาณสิริ
สายพระ
อาจารย์มั่น
ในหนังสือกล่าว
ไว้ว่า พระอาจารย์อ่อนเคยโต้
ปัญหาธรรมะกับมหาเปรียญ
๙ ประโยคผู้หนึ่ง เกี่ยวกับ
พระพุทธเจ้าหลักมืด เรื่องของ
เรื่องมีว่า วันหนึ่งพระโมคคัล-
ลาน์ขอพระพุทธเจ้า
อนุญาต
ไปดูว่าโลกหน้าตายังไง ไปดูสิ
โมคคัลลาน์ ว่าแล้วโมคคัล-
ลาน์
ก็อธิษฐานเนรมิตตนเอง
ปุ๊บเหาะไปยืนอยู่ข้างพระอา-
ทิตย์
อ่านแล้ว โอ้โห เป็นไปได้
หรือ พระโมคคัลลาน์ไปแอบยืน
อยู่ข้างพระอาทิตย์ ไม่ร้อนเหรอ
จะมีวิธีไหนก็ตาม ตามวิธีของ
หลวงพ่อที่มันมีคล้าย ๆ พลังงานของอะไรก็ตามบางตัวมันล้อมรอบทำให้ตัวเอง
เหาะลงมาได้อะไรได้ พอออกไปข้างนอกกลับกลายเป็นเหมือนออกจากบริเวณ
ที่มันมีอำนาจจิตหรืออำนาจอะไรสักอันหนึ่งเขาก็ไปยืนตรงนั้น แล้วเขาก็มองมา
ที่โลกก็จะเห็นเป็นรูปกลม ๆ คล้ายมะนาว  มีหัวจุกคล้ายลูกมะกรูด ว่าแล้วก็เหาะ
ลงมาแล้วมาเฝ้าพระพุทธเจ้าบอกว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า กระผมได้ดูโลกแล้ว
พระพุทธเจ้าบอกว่า ดูก่อนโมคคัลลาน์เราไม่ใช่พระพุทธเจ้าของเธอ เรา
คือพระพุทธเจ้าหลักมืด
ทำไมไม่ใช่ ไม่ใช่ เดี๋ยวสมณะโคดมเขาจะส่งฌาน
มาแล้วเธอเดินตามฌานไปนะ
พระพุทธเจ้าหลักมืดบอก แล้วโมคคัลลาน์ก็เหาะ
ตามแสงที่มา ถามโมคคัลลาน์ไปเจออะไร? นี่คือเหตุการณ์อะไร? คือโมคคัล-
ลาน์ไปลงโลกฝาแฝดเราแต่อยู่คนละฝั่งกับพระอาทิตย์ ยังไม่มียานอวกาศไหน
ทะลุพระอาทิตย์ไปอีกฝั่งหนึ่ง หรือแทงพระอาทิตย์ทะลุไปอีกด้านหนึ่ง ถ้าแทง
เข้าไปก็เจอความร้อนพังระเบิดหมดแน่ ทำยังไงจึงจะทะลุไปดูอีกด้าน อีกด้าน
หนึ่งเขาก็มีโลกเหมือนโลกของเรา ฝรั่งเชื่อว่ามีโลกฝาแฝด แต่ตามศาสนาพุทธโดยหนังสือของพระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ เชื่อว่ามีโลกฝาแฝดของเราจริง เพราะฉะนั้นมันเป็นการพิสูจน์ว่า เวลาฝ่ายโลกนั้นกันดาร อดอยาก โมคคัลลาน์ก็เลยเหาะไปบิณฑบาตอีกโลกหนึ่งเอาข้าวมาให้กินได้ ชื่อว่าอุตตรทวีป แสดงว่ามีโลกเราอีกโลกหนึ่งแต่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของพระอาทิตย์เราไม่เห็นมันเพราะพระอาทิตย์บังไว้ไม่เห็นมันแล้วจะทำยังไงละ เคยมีหนังสือในอดีตเขียนโดยชาวญี่ปุ่น เป็นหนังเก่ามาก จรวดพ่นควันคล้าย ๆ มีเชือกดึงด้วย กำลังถ่ายพระอาทิตย์ ข้าง ๆ พระอาทิตย์มีอะไรแวบๆ ในที่สุดก็เลยดับไป ปรากฏว่าเจอดาวอีกดวงอยู่หลังพระอาทิตย์ ก็เลยส่งยานไป ในหนังนะ พอส่งไปปุ๊บ เกิดอุบัติเหตุปุ๊บ กลับมามันเหมือนกับว่าตัวเองกลับมาที่โลกเดิม คุยกับคนเดิมอะไรเสร็ปุ๊บแกมองไป เอ๊ะ โลกมันเหมือนกับซ้ายเป็นขวา กลับขวาเป็นซ้าย นึกออกว่าเรามาที่โลกตรงข้ามแล้วเพียงแต่กลับด้านกัน กลับซ้ายเป็นขวากลับขวาเป็นซ้าย มันไม่ได้อยู่โลกเก่านะ แต่ยังเจอของเก่าๆ อยู่ นี่ป็นหนังเก่ามากเท่าที่เจอ มีเชือกดึงจรวดแล้วจรวดก็มีควันด้วย เรื่องนี้ก็เรื่องแปลก แต่ฝรั่งก็เชื่อเรื่องทฤษฎีโลกแฝด แต่ทางเราเคยมีทางนี้เขียนว่า จริงๆ แล้วมีอีกโลกหนึ่งที่โมคคัลลาน์เคยไปบิณฑบาตแล้วก็เอามาให้โลกฝั่งนี้กินกัน คือข้ามกลับไปกลับมา ในพระไตรปิฎกก็น่าจะมีอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนพยายามเรียนทางหลักวิทยาศาสตร์มากกว่างมงายปลุกเสกหาพระเครื่อง หาท้าวเวสสุวรรณ หาอะไรต่อมิอะไรมั่วซั่ว

       ในหนังสือพระไตรปิฎกได้เคยกล่าวถึง ๕ มาสก ก็คือทองคำแท้เท่ากับ
เมล็ดข้าวเปลือก  ๒๐ เมล็ด ประมาณ ๔๐๐
๕๐๐ บาท สมัยก่อนไม่มีธนบัตร
ที่มีรูปในหลวงหรือแบงก์ที่ใช้ ๆ กัน เพราะฉะนั้นสมัยก่อนที่อยู่ในพระไตรปิฎก
กับภาษาบาลีอยู่คนละยุคคนละเวลา เรียกว่าชาตรูปนั้นมันเป็นเงินเป็นทองจริงๆ
ไม่ใช่แบงก์ แบงก์ของเราที่มีรูปในหลวงนั้นใช้ชื่อว่าแก้วสารพัดนึก หรือว่า
ธนบัตร เรากลับไม่เรียกธนบัตรธนบัตรคือบัตรที่เป็นสมบัติ ก็คือบัตรที่เกี่ยว
กับสมบัติมีค่าฉะนั้น ธนบัตรก็เป็นจตุปัจจัย เราเรียกแบงก์ของเราว่าปัจจัย ๔
เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่เป็นแบงก์สิบแบงก์ร้อย เวลาถวายพระ พระต้องเห็นให้
กลายเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค เรียกว่าปัจจัยสี่ เอาไป
เปลี่ยนได้ ๔ แบบ ไม่ได้เห็นเป็นเงินเป็นทอง เอาไปเขียนให้คนส่วนใหญ่เข้าใจ
ว่ามันไม่ใช่เงินทอง มันคือของ ๔ อย่าง ที่พระใช้ประจำ แต้ถ้าเกินกว่านั้นพระ
ก็มีกรรมไปเองแล้วกัน เพราะหลังจากนั้นก็เป็นของเกินแล้ว เป็นของที่ไม่จำเป็น
แล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้ไม่ได้เรียกว่าเงินทอง แต่เรียกว่าจตุปัจจัย ปัจจัยสี่
ฉะนั้นไม่ต้องไปแผลงว่าใบที่มีรูปในหลวงหรือธนบัตรนี้จะเป็นของแสลงเป็น
เงินเป็นทอง เพราะมันไม่ใช่แร่เงินและไม่ใช่แร่ทอง ไม่ใช่ทองคำแท้ ทั้งสิ้นมัน
เป็นเพียงแค่ของ ๔ อย่าง จตุปัจจัย เพราะฉะนั้นคนทำบุญถ้าถวายก็อย่าไป
เสียใจ จงทำไปเถอะ  เขาก็จะเอาไปเปลี่ยนเป็น ๔ อย่างเอง ถ้าที่อยู่อาศัยไว้
ทำกุฏิ โบสถ์ ศาลา หรือห้องน้ำห้องส้วมก็ทำได้ เอาไปใช้เถอะ ไม่มีข้อผิดพลาด
ยารักษาโรค ถ้าเจ็บป่วยไม่มีเงินมีทองก็เงินก้อนนี้แหละ จากปัจจัยก้อนนี้ ค่ารถ
ค่าเดินทางหรือเป็นค่าอาหารก็ได้ ตามความเหมาะสม และเครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ
หรือจะใช้ผ้าหรือไม่ใช้ก็แล้วแต่ บางคนถวายมาแล้วจะไม่ใช้ก็ได้ มันไม่ใช่เงิน
ทอง มันคือปัจจัยสี่ ภาษาพระเรียกว่าจตุปัจจัย เงินทองทางโลกเรียกธนบัตร
ฉะนั้นเมื่อมันไม่เข้าใจกันถูกต้องกันแล้วก็ว่ากัน ปะทะกัน โยมก็งงใส่แล้วเป็น
อะไรหรือเปล่า โยมก็คิดให้มันถูกทางแล้วกัน ไม่ใช่ให้พระไปซิ้อของมาเล่นไป
ซื้อทองมาใส่ มันก็ตายสิ ฉะนั้นก็ต้องอบรมพระด้วยว่าพระรับของเขามาแล้วนั้น
มันอยู่ในปัจจัยสี่ ไม่ใช่หมายถึงจะไปซื้ออะไรเกินนั้น แต่เดี๋ยวนี้มันหย่อนยานแล้ว
เพราะการประพฤติมันลดลง สอง - ถ้ามีปาฏิหาริย์ยังชอบอยู่ไหม ชอบ
ลองเลย
ตอนนี้วัตถุมงคลสำคัญต้องมาจากการโฆษณาชวนเชื่อกันทั้งนั้น โฆษณากัน
แหลกเลยว่า ขลังมาก ทั้งที่ตัวเองไม่เป็นอะไรเลย การพูดออกมาแล้วการ
โฆษณาตอนนี้หลาย ๆ ช่องหลายๆ รายการ แสดงว่าตอนนี้กำลังจะปล่อย
วัตถุมงคล แต่ของเราออกแค่พระอรหันต์ก็พอ

       ในปัจจุบันไม่แน่ใจว่าคนส่วนใหญ่เขาต้องการจะรู้เรื่องอะไร แต่ส่วนใหญ่ที่เขาชอบคือแก้กรรม คราวหนึ่งหลวงพ่อธรรมงามไปที่งานวิทยาศาสตร์ทางจิต โดยหลวงพ่อโลกทิพย์เป็นผู้จัด ที่สถาบันราชภัฏฯ วันนั้นคุณแม่ของดาราคนหนึ่ง นั่งฟังหลวงพ่อกำลังคุยเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่ แล้วเธอก็ถามหลวงพ่อธรรมงามว่า หลวงพ่อมีพระอยู่ ๒ องค์แถวบ้าน พอบวชเสร็จมีองค์หนึ่งปวดท้องมาก อีกองค์หนึ่งปวดหัวมาก เขาบอกว่าเคยจับแมลงปอแล้วเอาเข็มหมุดเสียบท้องแมลงปอ เจ้ากรรมนายเวรแมลงปอก็เลยทำให้เจ็บท้องมาก อีกองค์จับแมลงปอได้แล้วเอาเข็มหมุด
เสียบเข้าไปในหัวแมลงปอ บวชเสร็จก็ปวดหัวมาก เจ้ากรรมนายเวรคือ
แมลงปอใช่ไหม? ที่ทำให้พระทั้งคู่ปวดหัวปวดท้อง แม่ของดาราคนนั้น
บอกว่าไม่ใช่ แมลงปอไม่ได้เรียนหนังสือ แมลงปอไม่ได้นับถือศาสนา
พุทธแมลงปอเป็นสัตว์สมองน้อย แช่งบุญบาปใครไม่ได้ อ้าว แล้วพระ
สององค์นั้นมีเจ้ากรรมนายเวรที่ไหนมาทำให้ล่ะ ถ้าแมลงปอไม่ได้ทำ
เจ้ากรรมนายเวรคือตัวพระเอง หลวงพ่อรับรอง อยู่ที่ตัวเองเป็นผู้
กระทำและรับกรรม แต่เพราะเราไม่เชื่อก็เลยเกิดพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์
มีเจ้ากรรมนายเวรอยู่ข้างนอกตลอด นี่คือสิ่งหนึ่งที่พยายามจะแนะนำให้
เข้าใจ และหลวงพ่อธรรมงามอาจจะแปลก  ถ้าคนเล่าเรื่ององคุลีมาล
เล่าเรื่องเก่าๆ ในอดีต มันไม่สมดุล มันจะเอียงไปทางอดีตมากในศาสนา
หลวงพ่อจะพูดถึงอนาคตตั้งแต่สึนามิไล่ไปช่วงที่สึนามิเข้าเซนได จนน้ำ
ท่วม เมื่อปีก่อน เพราะมันจะได้สมดุล กลัวไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้อง
กลัว ไม่ต้องตกใจ เกิดแน่  ธรรมชาติจะทำให้พวกเราในกาลข้างหน้านี้มี
สิทธิ์ที่คนไทยจะลดจำนวนไปโดยกะทันหัน ที่สำคัญจะต้องเกิดโรคประ
หลาดหรืออากาศที่มาหาเราแล้วเสร็จอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นจะเกิดภัย
ที่มันเข้าใจยากเร็ว ๆ นี้ ประมาณสัก ๔ - ๕ ปีที่จะถึงนี้ แล้วเราจะอยู่รอด
ไม่รอด ประเทศเราเป็นผลพลอยได้จากประเทศใหญ่ๆ ที่เขาทำ หนึ่ง -
โลกร้อนพื้นแผ่นดินไทยถูกทับถมมาจากแม่น้ำมหาสมุทร กาลข้างหน้า
เราจะโดนน้ำท่วม ยังไงก็ต้องท่วม เพราะขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ละลาย
มาแล้วมันก็ต้องท่วม มันไปไหนไม่ได้ ดินจะต้องน้อยลง ท่วมแน่นอน
จะทำยังไง เพราะฉะนั้นท่วมช้าท่วมเร็ว
ไปคิดเอาเอง เขาก็พยายามหา
วิธีป้องกัน ที่สำคัญที่สุดในไม่ช้ารุ่นหลวงพ่อเองก็ต้องไป รุ่นหลวงพ่อ
โลกทิพ์ก็ต้องไป เมื่อเรามาอยู่แค่ชั่วคราว บอกเขาว่าโชคดีที่อยู่ชั่วคราว
ไม่ได้อยู่ถาวร แต่บางคนอยากจะอยู่ เพราะฉะนั้นจงยอมรับและทำใจเสีย
ก่อนว่าเราอยู่ถาวรไม่ได้ อยู่แค่ชั่วคราว ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

       สงกรานต์นี้คิดว่าถ้าร่างกายสมบูรณ์ดีจะไปอยู่ป่าอยู่เขาเงียบ ๆ ไม่
วุ่นวายกับใคร ทุกวันนี้ยอมรับว่าโดนกลืน ลูกศิษย์ของครูบาอาจารย์รุ่น
เก่า ๆ ยอมให้กลืนหลังจากครูบาอาจารย์ไม่อยู่แล้ว รักษาข้อวัตรไม่เข้ม
แข็ง แต่ถ้าเข้มแข็งแล้วรอดไหม ก็มันแข็งมันก็ต้องทรุดโทรมสักวันหนึ่ง
โดยลมพายุกระแทก ถ้าเป็นดอกหญ้าโอนเอียงไปก็อยู่ได้ ก็น่าหนักใจอยู่
เหมือนกัน เคยถามหาสาขาของวัดป่าบ้านตาดเพื่อจะเอามาลง แต่สุดท้าย
มาลงสาขาของหลวงปู่ชา ๑๐๐ กว่าแห่ง ค่อย ๆ เอามาทีละสาขา ก็อีก
นานกว่าจะจบ แล้วประวัติล่ะนั่นล่ะคือปัญหา พระสายนี้ถ้าปฏิบัติจริงๆ ไม่
พูดไม่บอกหรอก ไม่ให้ข้อมูล แต่สำหรับหลวงพ่อ หลวงพ่อไม่เคยแคร์
เพราะหลวงพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ หลวงพ่อกำลังพิสูจน์ทดสอบในตัวเอง
  ทดสอบว่าเกิดอะไรขึ้น โดยวิธีนั้นวิธีนี้แล้วมาบอกกล่าวจะลงก็ลงไม่ลงก็
ไม่ว่า แต่พอถึงระยะหนึ่งหลวงพ่อก็พิมพ์แจก เพราะเก็บข้อมูลมาระยะหนึ่ง
พอสมควรเหมือนกัน แต่เขาก็มาติดต่อเหมือนกันว่าจะทำยังไงอยากจะพบ
หลวงพ่อเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจหรืออะไรต่อมิอะไรดีขึ้น  หรือใครก็ตามที่เคย
ทำแท้งวิญญาณของเด็กหรือลูกนั้นมีสิทธิ์จะทำให้เศรษฐกิจในครอบครัวไม่ดี
ในการที่เขาจะอโหสิกรรมให้เท่านั้นจึงจะเปลี่ยนแปลงได้ดีรับรองได้ว่าคนจะ
เรียกร้องเยอะ แล้วจะพบหลวงพ่อได้ยังไง แล้วญาติโยมสมัยนี้ก็ออกแปลก ๆ
บางคนออกแนวผีเข้า บางคนก็ร้องตับแตก หลวงพ่อโลกทิพย์ก็เคยเห็น ผีเข้า
ต่อหน้าหลวงพ่อ นั่งคุยกันต่อหน้าเลย เกิดขึ้นหลายครั้ง หรือที่จันทบุรีก็เห็น
หลุดออกมาจากเสาศาลาการเปรียญ เขาเจอนางไม้กัน  สมัยก่อนการสัมผัส
กับโลกทิพย์โลกวิญญาณมีได้มากกว่าได้ใกล้เคียงกว่ายุคนี้ ยุคนี้สิ่งที่ทำให้
เกิดพิสดารหรืออะไรหายไปหมด

        มันมีหลายเรื่องที่โยมควรจะรู้ แต่ไม่มีคนเผยแพร่ หรือเผยแพร่แต่ก็
ไม่กว้าง เขาต้องการแบบอินเตอร์ มีภาษาอังกฤษด้วยก็น่าเชื่อถือ แต่พระ
เรานั้นไม่ได้สอนในหลักวิทยาศาสตร์  สอนไปทางหลักไสยศาสตร์ เอา
ความเชื่อเป็นหลัก ก็เลยเป็นแบบนี้ ค่อย ๆ หดตัวเหลือเป็นซุ้มเป็นกลุ่ม
ปัจจุบันก็เพียงแค่เอาตัวเรียนหนังสือได้ อยู่รอด สวดมนต์เป็น อยู่กับพิธีได้
ก็แค่นั้น พระบางองค์ก็เรียนมากเกินไป จบด็อกเตอร์นักธรรมเอก ศูนย์พิทักษ์
พระพุทธศาสนานั่งฟังแล้วน่าเบื่อ มันไม่ทำให้คนพ้นทุกข์หรอก เป็นการเพิ่ม
ทุกข์อีกชนิดหนึ่งให้ญาติโยมฟัง เพิ่มทุกข์ตัวใหม่ ตอนแรกก็ทุกข์ทางโลก
อยู่แล้ว ทำมาหากินก็ยังงง ๆ อยู่นี่เพิ่มทุกข์มาให้หนักหัวอีก เพิ่มไปทำไม
ฉะนั้นก็สร้างแนวแปลก ๆ ออกมาจะดูดี แล้วแนวแปลกส่วนใหญ่จะอยู่กับ
นิยายเซน ไปหาตามท้องสมุดจะมีหนังสือชื่อว่าการ์ตูนเซน เป็นการ์ตูน
ลายเส้นที่วาดเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์ แต่คำสอนสั้นและตอนท้ายสรุปแต่
ความดี มีผู้หญิงคนหนึ่งไปถึงอาจารย์ห้องนี้ไม่เห็นรูปพระพุทธเจ้าสักรูปเลย
บอกให้เปิดผ้าม่าน พอเปิดปุ๊บเจอกระจกอยู่บานหนึ่ง กระจกเงาบานเดียว
ถามว่าเขาสอนอะไร
สอนให้ดูตัวเอง พุทธะคือผู้รู้ พระพุทธเจ้าก็คือ
ตัวคุณ พระพุทธเจ้าอยู่ในตัวคุณอยู่ในอกคุณ คือตัวรู้อยู่ในตัวคุณ
คอยสอนคุณแค่นั้นเอง

 

 

วัตถุมงคล