ท่านพระธุดงค์หลวงพ่อธรรมงามได้เล่าเรื่องขณะที่อยู่ปฏิบัติธรรม

 "วัดป่าบ้านตาด" ในคราวนั้นว่า...

      เมื่อเดินทางออกจากวัดหินหมากเป้ง ที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคายมายังจังหวัดอุดรธานี ได้มีโยมใจดีผู้หนึ่งบรรทุกท่านไปกับรถมอเตอร์ไซค์ไปจอดยังประตูเหล็กหลังหนึ่งไม่มีป้ายไม่มีอะไรบ่งบอกว่านั่นคือ "วัดป่าบ้านตาด" ซึ่งเป็นที่พำนักประจำของ ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นเหมือนบ้านคนธรรมดาอยู่กัน มีกำแพงซีเมนต์ล้อมรอบ ที่ประตูเหล็กเปิดเหมือนบ้านคนทั่วไปไม่ใช่วัด มีต้นไม้ร่มรื่นทึบมาก ที่สำคัญเงียบยังกับเดินคนเดียวกลางป่าช้า ท่านหลวงพ่อธรรมงามกลัวหมาของชาวบ้านมากัด! แต่ในที่สุดทราบว่า บ้านที่เห็นนั้นเป็นที่พักของอุบาสก อุบาสิกาฝึกปฏิบัติธรรมภายในวัดป่าบ้านตาดนั่นเอง

     หลังจากเข้าพักศาลาการเปรียญและที่ฉันจังหันแล้ว ภายหลังผ่านไปได้ ๓ วัน รู้เข้าใจกิจวัตรประจำวันของพระป่าบ้านตาดแล้ว ท่านพระชัยณรงค์ ครุธัมโม ได้จัดกุฏิในป่าให้ท่านหลวงพ่อธรรมงามพักในเขตป่า แต่อยู่ในกำแพงของวัดป่าบ้านตาด 

     เรื่องที่เกิดอัศจรรย์ใจแก่พระธุดงค์หลวงพ่อธรรมงามไม่เคยลืมเลือนมาจนบัดนี้ คือการลองใจของท่านอาจารย์พระมหาบัวเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาดนั่นเอง ซึ่งทำให้ท่านเชื่อและศรัทธาท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน ว่าท่านคือ "พระอรหันต์" แห่งวัดป่าบ้านตาดอย่างแท้จริง" 

     ท่านได้เล่าต่อว่า... พอเข้ากุฏิเพิงเล็ก ๆ แล้ว ท่านจัดของใช้พร้อมกวาดพื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังฉันจังหันเช้า ท่านกลับมาทำวัดเช้าที่กุฏิ เสร็จราวเกือบ ๑๐ โมง ท่านหลวงพ่อธรรมงามเกิดความปลื้มใจว่า ได้เข้าฝึกกรรมฐานในวัดป่าบ้านตาดของท่านอาจารย์พระมหาบัว จิตของท่านเกิดความคิดประหลาดขึ้นว่า จะลองดูว่าท่านพระอาจารย์มหาบัวเป็นพระอรหันต์ตามคำเล่าลือมาทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส โดยท่านหลวงพ่อธรรมงามใช้วิธีเดียวกับ พระอาจารย์จวน กุลเชษโฐ แห่งวัดเขาภูทอกน้อย ที่ลองคิดเรื่องนี้ต่อ ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทัตโต ว่าถ้าท่านเป็นพระอรหันต์จริงแท้ ต้องรู้วาระจิตของท่าน (คือพระอาจารย์จวน วัดภูทอกน้อย) ที่นั่งคิดอยู่ในกุฏิท่าน ห่างไกลกันกับกุฏิของพระอาจารย์มั่น เพื่อให้ท่านมาพบที่กุฏิสักหน! พอสิ้นสุดความคิดปั๊บ ท่านพระอาจารย์มั่น ก็มาเคาะที่ฝากุฏิของพระอาจารย์ทันที แล้วสอนว่า "ท่านจวนอย่าคิดแบบนั้น มันไม่ถูกต้อง และไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยต่อท่านผู้ฝึกปฏิบัติในที่นี้" 

      ท่านพระอาจารย์จวนตกใจและเชื่ออย่างสนิทใจว่า พระอาจารย์มั่นท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์อย่างแท้จริง ดังปรากฏว่าพระอัฐิของท่านได้กลายสภาพเป็นพระธาตุเยี่ยงอรหันต์ในสมัยพุทธกาล หลักฐานที่เห็นได้ชัด มี ๒ แห่ง คือ วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร และ วัดป่าสารวัน จังหวัดนครราชสีมา 

           ท่านหลวงพ่อธรรมงามก็นั่งในกุฏิในวัดป่าบ้านตาด จิตก็นึกไปคล้ายของพระอาจารย์จวน กุลเชษโฐ ที่มีต่อพระอาจารย์มั่นนั่นเอง

     ท่านหลวงพ่อธรรมงามคิดขึ้นว่า เขาว่าท่านพระอาจารย์มหาบัวเป็นอรหันต์กันทั้งนั้น ถ้าเป็นจริง ก็ต้องรู้วาระจิตของเราที่นั่งในกุฏิในเขตวัดป่าบ้านตาด ที่ต้องการพบท่าน และขอให้ท่านมาเยี่ยมที่กุฏิสักครั้งก็ยินดี คิดจบปั๊บหันตัวกลับมาทางหน้ากุฏิก็ตกใจ ใจหายวาบเพราะเบื้องหน้าของท่านหลวงพ่อธรรมงามคือ "ท่านพระอาจารย์มหาบัว" เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ยืนอยู่ข้างหน้านี่เอง ท่านสวมอังสะไม่ห่มจีวรมา และเอ่ยขึ้นว่า "มาคอยระวังดู! หมาจะขึ้นกุฏิขโมยกินเทียนไข" แล้วก็เดินกลับไป 

      ท่านหลวงพ่อธรรมงามรีบลงจากกุฏิใจเต้นตึ้กตั้ก เลยยกมือไหว้นั่งกระหย่งชันเข่า พูดไม่ออก ปากคอสั่น ใจนี่เชื่อสนิทว่า ท่านอาจารย์พระมหาบัวเป็นพระอรหันต์อย่างแน่นอน และของแท้กว่าคำกล่าวใด ๆ เพราะลองของจนโดนของดีมาแล้ว

      ท่านหลวงพ่อธรรมงาม รำพึงขึ้นในที่สุดนี้ ใครจะเชื่อหรือไม่อย่างไรก็ตาม แต่สำหรับท่านพระธุดงค์ หลวงพ่อธรรมงาม เชื่ออย่างสนิทใจว่า ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้าตาด อำเภอเมือ จังหวัดอุดดรธานี เป็นพระอรหันต์ยุคปัจจุบันอย่างแน่นอนและอย่างแท้จริง!

 

     นี่เป็นทัศนคติของท่านต่อเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ท่านยอมรับและเต็มใจมั่นในคำสอนของท่านหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี แห้งวัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ที่สอนวิปัสสนากรรมฐานไม่มีที่ผิดพลาดเลย

     ควรที่คณาจารย์ผู้จะฝึกวิปัสสนากรรมฐานหรือเปิดอบรมกรรมฐานควรศึกษาให้ละเอียดลึกซึ้งจากท่าน ก่อนตัวท่านจะเป็นสาเหตุแห่งการนำความรู้ที่มีพิษไปแจกจ่ายให้คนอื่นจนเป็นโทษ เช่นที่วัดใหญ่โตแห่งหนึ่ง ที่ทำให้พระนวกะบ้าเพราะอาจารย์ผู้อบรมไม่ได้ฝึกกรรมฐานมาให้ดีเสียก่อนเผยแพร่ คนรับเคราะห์ คือ พระผู้น้อยผู้มาใหม่ บทเรียนนี้ควรที่บรรพชิต หรือฆราวาสควรที่จะระมัดระวังให้ดี

     ด้วยเหตุระยะนี้ มีการเผยแพร่ธรรมชนิดอ่อนมาบอก จดมาสอนง่ายเร็วนี้โดยตัวผู้สอนไม่ต่างอะไรกับ "ใบลานเปล่า" จึงควรสังวรให้ดีและพึงนึกเสมอว่า อย่าเชื่ออะไรมันง่าย ๆ นัก ตามหลักกาลามสูตรที่พระพุทธองค์ทรงมอบไว้ ท่านหลวงพ่อธรรมงามปฏิบัติจนเกิด วิปัสสนูกิเลส อยู่ถึงสามปีเต็ม คือติดโลกิยฌาณด้วยเตโชกสิณ...

 

 

 

วัตถุมงคล