คำถามธรรม หนึ่ง สอง สาม...

       เรื่องเล่ามีอยู่ว่า...ณ วัดโคนอน มักจะมีพระธุดงค์จาริกมาขอพักที่วัดอยู่เสมอ เพราะด้วยความที่เจ้าอาวาสท่านมีจิตโอบอ้อมอารี จึงอนุญาติให้พักได้ แต่มีข้อแม้อยู่ว่า ต้องตอบคำถามธรรมให้ได้เสียก่อน จึงจะสามารถเข้าพักได้ ซึ่งโดยปกติแล้วท่านเจ้าอาวาสจะเป็นคนถามปัญหาธรรมกับพระธุดงค์ที่มาขอพักที่วัดด้วยตนเอง แต่บังเอิญวันนี้ท่านมีกิจนิมนต์ ท่านจึงบอกกับน้องชายว่า "ถ้ามีพระธุดงค์มาขอพักอาศัย ก็ขอให้ท่านถามปัญหาธรรมแทนเราด้วยเถิด!"

       น้องชายเจ้าอาวาสซึ่งก็บวชเป็นพระเหมือนท่านจึงตอบไปว่า "ตัวกระผมเองไม่ได้มีสติปัญญาล้ำเลิศเหมือนกับหลวงพี่ แล้วกระผมจะสามารถตั้งคำถามที่ลึกซึ้งได้อย่างไร อีกทั้งกระผมยังพิการตาบอดหนึ่งข้างแบบนี้ จะดูน่าเชื่อหรือหลวงพี่?"
เจ้าอาวาสจึงตอบไปว่า "ตามแต่ท่านจะเห็นดีเห็นงาม อยากถามอะไรก็ได้ตามใจท่าน แล้วแต่วิจารณญาณ รูปกายมิได้เป็นตัวตัดสินปัญญา"

       หลังจากที่ท่านเจ้าอาวาสออกไปแล้ว ก็มีพระธุดงค์เดินทางมาขอพักที่วัดพอดี เด็กวัดจึงไปบอกให้พระน้องเจ้าอาวาสทราบ ท่านตื่นตระหนกตกใจ แต่ก็พยายามข่มไว้ แล้วจึงให้เด็กวัดไปเชิญพระธุดงค์รูปนั้นมาที่กุฏิ

       การนั่งเผชิญหน้าระหว่างพระน้องเจ้าอาวาสกับพระธุดงค์ สร้างความอึดอัดให้กับท่านอยู่ไม่น้อย ท่านได้บอกเงื่อนไขเรื่องการขอพักอาศัยที่วัดแห่งนี้แก่พระธุดงค์ และครุ่นคิดอยู่นานว่าจะถามอย่างไรดี ไม่นานนักพระน้องเจ้าอาวาส จึงกล่าวขึ้นว่า "เราจะเปิดโอกาสให้ท่านเป็นฝ่ายถาม แล้วเราจะเป็นฝ่ายตอบ"

พระธุดงค์กล่าวว่า "ถ้าเช่นนั้นกระผมจะถามท่านเป็นภาษาใบ้"
พระน้องเจ้าอาวาสตอบ "ก็แล้วแต่ท่านจะถามเราก็แล้วกัน"
พระธุดงค์...ทำท่าชูมือ ขึ้นหนึ่งนิ้ว?
พระน้องเจ้าอาวาส ตอบกลับโดยทำท่าชูสองนิ้ว!
พระธุดงค์ ทำท่าชูมือขึ้นสามนิ้ว?
พระน้องเจ้าอาวาส โต้กลับโดยการชูกำปั้นขึ้น
!!
พระธุดงค์ทำหน้าตื่นเต้น ระคนปลาบปลื้ม!! แล้วบอกกับพระน้องเจ้าอาวาสว่า..."ท่านช่างมีสติปัญญาที่เฉียบแหลม กระผมขอยอมแพ้"

       ว่าแล้วพระธุดงค์รูปนั้นก็เดินออกไปจากวัดขณะที่พระธุดงค์กำลังเดินออกจากวัด ก็สวนกับเจ้าอาวาสพอดี ท่านเจ้าอาวาสจึงถามว่ามาทำอะไร 
        พระธุดงค์ตอบกลับไปว่า ตอนแรกจะมาขอพักอาศัยที่วัดแห่งนี้ แต่ตอบคำถามแพ้จึงไม่ได้พัก และยังบอกเจ้าอาวาสอีกด้วยว่าท่านมีน้องชายที่ฉลาดหลักแหลมมากและเล่าให้ฟังเกี่ยวกับปัญหาธรรมว่า

       กระผม ทำท่าชูมือขึ้นหนึ่งนิ้ว...(ซึ่งหมายถึง พระพุทธเจ้า)
น้องท่านตอบกลับโดยการทำท่าชูสองนิ้ว ...(ซึ่งหมายถึง เมื่อมีพระพุทธก็ต้องมีพระธรรม)
กระผมทำท่าชูนิ้วมือขึ้นสามนิ้ว ...(ซึ่งหมายถึง พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์)
น้องท่านโต้กลับโดยการชูกำปั้นขึ้น ...(ซึ่งหมายถึง ทั้งสามอย่างก็คือหนึ่งเดียว นั้นคือพระรัตนตรัย)

       ท่านเจ้าอาวาสทั้งแปลกใจและภูมิใจ ที่น้องชายท่านคิดปัญหาได้หลักแหลม และลึกซึ้งในพระธรรม พอท่านกลับเข้าไปที่กุฏิยังไม่ทันได้นั่ง น้องท่านก็รีบเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และเล่าเรื่องราวของพระธุดงค์ให้ฟังทันที...

...ที่พระธุดงค์ทำท่าชูนิ้วมือขึ้น หนึ่งนิ้ว (ซึ่งก็หมายถึง การล้อเลียนกระผมว่า...มีตาเหลืออยู่ข้างเดียว)
กระผมกลั้นความโกรธ แล้วตอบกลับโดยการทำท่าชู สองนิ้ว (ซึ่งหมายความว่า โชคดีที่ท่านมี ๒ ตา)
แต่ไม่วาย...พระธุดงค์กลับทำท่าชูนิ้วมือขึ้น สามนิ้ว (ซึ่งหมายถึง การล้อเลียนกระผม...หาว่ามี ๓ ตา)
กระผมสุดจะกลั้นความโกรธ จึงโต้กลับไปโดยการชูกำปั้นขึ้น (ซึ่งหมายความว่า ถ้าท่านยังไม่เลิกล้อเลียน จะโดนกำปั้นอย่างแน่นอน)
ว่าแล้วพระน้องชายก็เดินออกไป!
...เจ้าอาวาส...?!?!?

 

วัตถุมงคล