Dirty Monk พระผ้าขี้ริ้วสกปรก

        ครั้นพระธุดงค์ "หลวงพ่อธรรมงาม" พระธุดงค์เถื่อนในสมัยสองร้อยปีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับนิมนต์เชิญจาก เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ฝ่ายธรรมยุต) ให้ไปเป็นพระอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐานแถบปักษ์ใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติในยุคบ้าสมาธิเป็นแฟชั่นของการปฏิบัติธรรมนั้น เมื่อหนังสือนิมนต์มาถึง ท่านหลวงพ่อธรรมงามปฏิเสธโดยทันที มิพักต้องคิดให้เสียเวลา ทำให้พระสงฆ์ผู้นำหนังสือมาพากันประหลาดใจมาก จึงขอให้ท่านหลวงพ่อธรรมงามอธิบายเหตุผล

       หลวงพ่อธรรมงาม อธิบายว่า การที่มาเชิญให้กระผมไปรับตำแหน่งที่มีเกียรตินั้น อาจเปรียบได้กับวัวโคพันธุ์ดีที่ได้รับการประดับตกแต่งอย่างงดงาม บนหลังก็มีผ้าแพรเนื้อดีคลุม มีห้อยระย้าทำด้วยทอง และเงิน ประดับ บนเขาก็มีเครื่องประดับ ทั้งมีระย้าห้อยประดับที่หน้าวัว และมีพู่หูห้อยลงมา...

       เวลาวัวเดิน เครื่องประดับเหล่านั้น ก็ส่องแสงระยิบระยับ แต่วัวตัวนี้เป็นวัวที่เขากำลังทำพิธีบูชายัญ ในไม่ช้าเครื่องประดับทั้งหลายก็จะถูกปลดออก และวัวนั้นก็จะถูกเชือดสังเวยเทพเจ้า กระผมไม่ต้องการเป็นวัวที่กำลังเข้าพิธีบูชายัญ แต่พึงพอใจเป็นเพียงพระผ้าขี้ริ้วสกปรกรูปหนึ่ง ที่สามารถนอนจำวัด เกลือกดินโคลนใต้ต้นไม้ อยู่ตามป่าเขาเงื้อมถ้ำ ริมน้ำตามธรรมชาติมากกว่า ด้วยเหตุนี้จึงขอเป็นพระผ้าขี้ริ้วสกปรกดีกว่า! สาธุ ...

 

     อะไร

เป็นเจ้าคุณ เขาว่าบุญ ใหญ่หลวงนัก
พากันปักใจใคร่ ใฝ่ฝันหาฉันฉุกใจ ในยุคพระศาสดา
เป็น เจ้าคุณ กันหรือหนา ท่าไหนกัน
พัดใบตาล ยังมี นี่พัดยศ
นิตยภัตต์ มีหมด กระโถน ขัน
สัญญาบัตร ไตรประทาน งานสำคัญ
ฉลองกัน หรูหรา จนบ้าใจฯ

เป็น หลวงตา สนุกกว่าเป็น เจ้าคุณ
เหมือนความว่าง ดีกว่าบุญ เป็นไหนไหน
ไม่ปรุงแต่ง สังขาร ประการใด
ล้วนเป็นไป สงบเย็น เป็นนิพพาน
บุญเป็นเรื่องสวยงาม กิน, กาม, เกียรติ
แต่ไม่มี ใครเกลียด ทุกสถาน
ส่วนความว่าง ว่างเสียจน คนกลัวลาน
เขาเกลียดกัน ขันจ้าน เป็นหลวงตาฯ

เป็น พระบ้าน นั้นเห็นว่า ภาระมาก
ต้องเป็นครก เป็นสาก กันเต็
มที่
หนอนสังคม มีมา ทั้งตาปี
ช่างเหลือที่ จะเป่าปัด ขจัดมันฯ
ฉันทน เป็นพระบ้าน มานานแล้ว
ถ้าคิดไป ใจแป้ว ไม่สุขสันต์
มีแต่งาน เตี้ยต่ำ ทำตะบัน
ก็ไม่เห็น มีวัน จะหมดไปฯ
 

  

เป็น พระเถื่อน เหมือนนก  วิหคหงส์
ย่อมบินตรง ไปได้ ทิศไหนไหน
เป็นอิสระ อยากจะผละ สังคมใด
ก็ผละได้ ทันใจ ไม่อัดแอฯ
เอ็นดูฉัน ขอให้ฉัน เป็น พระเถื่อน
มีหมู่ไม้ เป็นเพื่อน ทุกกระแส
มดแมลง แสดงธรรม อยู่จำแจ
ไพเราะแท้ ไม่มีเบื่อ เหลือกล่าวเอยฯ

                        Biography

            Phrakroo Dhammatorn Sopon Dhammasophano or better known as “Luangpor Dhammangam” was born on Saturday, August 28, 1954. His father was from the Republic of China; later got married to his mother who was born in Bangkok and lived in Songkhla afterwards. Their parents have eight children with their new family  name “Samritsirikul.”           
Now only Luangpor Dhammangam lives in Thailand meanwhile his parents and all his brothers and sisters live in the United States of America. As a monk, he prefers to wander around Thailand’s Natural Parks in all regions rather than live in the capital.

Education           
Luangpor Dhammangam studied Por 1 in Songkhla and continued Por 2-7 in Bangkok at Prasert Wittaya (closed). He finished high school from Santirat Bamrung (maths & science program), Bangkok and worked as an assistant to a librarian during his study. He participated in Japanese products protests when he studied a Bachelor of Business Administration in the Faculty of Economics at Kasetsart University (KU 33).
 He was also an activist in “Red Arm Unit – Phrapirun Unit” from October 14, 1973 until the doomsday October 6, 1976 when Thammasat University was attacked. Unfortunately, he had to escape to Israel and studied a Master’s Degree at Tel Aviv University later on.
One day he had a car accident and it rolled over four times…, but he was still alive and totally believed that was a glory of the Triple Gem in Buddhism. Therefore he came back to study Dhamma after a short-term work in Saudi Arabia.(He said the rest of his life after that car accident was a profit; if he died that day, it was “break-even.” So he decided to become a monk, finally.)
Monkhood life           
He entered the monkhood when he was 20, as a tradition of Buddhist Thai males, for two months and two days. Later, he was one of “KU’s Daokrajui Country Band” named “Hiew Hor Haeng,” together with working as a speaker of Bangkhen KU’s Radio station and of Suan Migawan’s Radio Station 630. Again, he became a Buddhist monk (Dhammayuttika Nikaya)
when he was 28 at Wat Rachathiwat, Dusit District, Bangkok.
·         Phra Dhamwaraporn (Perm Arpako)   was his “Preceptor”.
·         Phra Kroo Yarnwirot was his “Act Announcing Teacher”.
·         Phra Kroo Wiriyathikarn was his “Second Ordination teacher

Afterwards, he was on pilgrimage to several places like national parks in Chiang Mai, Utai Thani, and others in four regions (north, south, east, and west). He, then, found a tranquil place in Huai Kha Khaeng Wildlife Sanctuary and practiced his meditation intensely until he entered into the Fourth Absorption.

Meditation Practice
Luangpor Dhammangam learned meditation from the four well-known senior monks in the north and northeast as follows: Luangpoo Wan in Chiang Mai, Luangpoo Sim in Chiang Mai, Luangpoo Test Testrungsi in Nong Khai, and Luangpoo Maha Bua Yannasumpanno in Udon Thani. He also attended “Dhamma Thayat Training Program” from Luangpor Panya, Chonpratan Rungsarit Temple, learned “Speaking Techniques” from Phra Payorm Kanlayano, Suankaew Temple, and participated in “Anapanasati (as is practiced in the context of mindfulness) for the Public” program at Suan Mokkh with Buddhadasa Bhikkhu when he was alive.
Luangpor Dhammangam obtained a title as “Phra Khroo Dhammatorn” on February 14, 2008.
Apparently, many people recognize Luangpor Dhammangam as “Phra Siwalee” in Rattanakosin era. This means after they make merit with Luangpor for at least three times, they will be lucky like getting something as they make a wish, winning a lottery, getting more money from running business, etc.

                   

 

วัตถุมงคล