หลวงตาตอบปัญหาธรรมะ ตอน ๑

คำถาม-คำตอบ
ปัญหาธรรม
(ของหลวงพ่อธรรมงาม)
โดย...
พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปัญโน

      าม ด้วยสิ่งใดที่ได้ล่วงเกินท่านด้วย กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ด้วยความไม่รู้พลั้งเผลอสติ ด้วยกระผมเป็นพระภิษุผู้น้อยและมีปฏิปทาตามแบบพระธุดงค์ ขอฝึกหัดปฏิบัติธรรมตามรอยท่านพระอาจารย์มาจนปัจจุบันเวลานี้ จะขอถามคำถามธรรมปฎิบัติดังนี้ คือ

๑. จากหนังสือประวัติพระอาจารย์มั่น ภูมิทัตตเถระ กล่าวถึงว่า ท่านพระอาจารย์มั่น เวลาเดินจงกรมแล้วหยุด รำพึงธรรม นั้นเป็นการใช้อริยาบทยืนในการทำสมาธิภาวนา อย่างเดียวกันหรือไม่ (โปรดชี้แจง การรำพึงธรรมและการใช้อริยาบทยืนในการภาวนาด้วย)

๒. เวลาปฎิบัติเกิดนิมิตต่างๆ แล้วค่อยๆ หายไปตามสติปัญญาที่ไล่ตามกันมาตามลำดับนั้น ในที่สุดไม่เกิดนิมิต และไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย จะเป็นการตกภวังค์ได้หรือไม่? และมีอุบายวิธีอย่างไรที่จะทำต่อไปอย่างไรดี? (โปรดแนะนำมาบ้างเถิด)

๓.  การที่อดอาหารมีผลอย่างไร? จะไม่เหมือนการบำเพ็ญทุกรกิริยาของพระพุทธองค์หรือ? และที่พระพุทธองค์ทรงโปรดเทศนาธัมมจักกัปปวัตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์ ทรงไม่ให้กระทำทุกรกิริยาเพราะไม่ใช่ทางพ้นทุกข์นั่นละ

๔. อะไรคือ การเข้านิโรธสมาบัติ ขอกราบเรียนท่านอาจารย์เพียงแค่นี้ก่อน ถ้าท่านอาจารย์กรุณาตอบมากระผมจึงจะกล้ารบกวนต่อไป เพราะเคยอาศัยที่วัดป่าบ้านตาดได้ ๙ วัน ถูกทั้งกีดทั้งขวางทั้งกั้นไม่ให้เข้าพบก็จนใจ และถูกหาว่าไปแย่งกุฏิพระจำพรรษา จึงมาปักหลักเอานอกวัด ส่งสาส์นเข้าหาแทนเพื่อขอความอนุเคราะห์ ที่จะเมตตา กรุณา กระผมผู้น้อยในการปฎิบัติธรรมบ้างไม่มากก็น้อย ส่วนพระคุณครูบาอาจารย์ที่คงเหลืออยู่นับวันจะละขันธ์ไปกันหมด จึงเสียเวลามิได้ เมื่อมีโอกาสเช่นพระพาหิยะ หรือ พระสุภัททะ (สาวกองค์สุดท้ายของพระพุทธองค์) นอกจากนี้ตัวของผมก็ไม่ควรประมาท เพราะความตายอาจเกิดขึ้นในกาลใดก็ได้ เมื่อลมหายใจเข้าและไม่ออกมา หรือหายใจออกไม่เข้าอีก จึงขอจดหมายมารบกวนเวลาอันมีค่าอันยิ่งยวดของท่านอาจารย์มา ณ ที่นี้ สิ่งไดที่ไม่เหมาะสมที่ผู้น้อยพึงปฏิบัติแก่ผู้อาวุโส ขอโปรดให้อภัย อโหสิกรรม ทั้งกาย วาจา มโน ด้วยเถิด

(หลวงพ่อธรรมงาม)

ผู้ถาม

อบ หลวงพ่อธรรมงามทราบเท่าที่จำเป็นใจจะงาม...

๑. ไม่จำเป็นต้องตอบ

๒. จิตนี่ไม่มีนิมิตหลอก เพราะไล่ทันย่อมเป็นจิตสบายในขั้นนี้ส่วนจะตกภวังค์ หรือปีนภวังค์นั้น อย่าตะครุบเงาเกาหมัดให้เสียเวลาไป จงนำจิตออกพิจารณาขันธ์ หรือสิ่งต่างๆ โดยทางปัญญาด้วยอนิจจังบ้าง ด้วยอสุภะบ้าง ด้วยทุกขัง-อนัตตาบ้าง ตามแต่ถนัด รูปกายเป็นของสำคัญในการพิจารณาให้รู้เท่าทัน ปัญญาหุงต้มแกงกินแทนอาหารไม่ได้ นอกจากนำออกมาพิจารณา เพื่อความฉลาด รู้เท่าทันกิเลสทั้งหลายถ่ายเดียว

๓. ผู้ไม่เคยอดอาหาร ไม่เคยภาวนา ในเวลาอดอาหารก็ไม่อาจรู้ผลของการภาวนาด้วยวิธีอดอาหาร อาจรู้แต่อิ่มหมีพีหมา กอนแล้วนินกินแล้วนอน เป็นสุขดีเท่านั้น การอดอาหารของพระพุทธเจ้าไม่มีภาวนา แต่การอดเพื่อภาวนาจะมีผลอย่างไรบ้าง ถ้ามีแต่ถามคนอื่นตัวเองไม่สนใจทำดูบ้าง คำถามก็จะไม่พ้นเข้าเนื้อตัวเอง

๔.  นอนหลับเหมือนคนตาย นั่นคือ นิโรธสมาบัติของคนมีกิเลส เราไม่ตื่นก็ตาย ผู้ปฎิบัติ รู้ใจ รู้กิเลส ละกิเลสด้วยสติปัญญา เข้าออกสมาธิสมาบัติอย่างคล่องตัวไม่สะทกสะท้าน อาจหาญด้วยธรรม ผู้ทำเช่นนั้นท่านไม่ถามหานิโรธสมาบัติ พวกที่ถามหานิโรธสมาบัติ ก็คือ พวกหัวจมหมอน ดังพวกเรานี้เองท่านจะถามมาอีกหรือไม่ถามมาอีก ผมไม่ถือเป็นความจำเป็น การถูกกีดขวางไม่ให้เข้าพบผมด้วยเหตุผลกลไกอะไร ท่านไม่เห็นบอกมาบอกแต่ว่าถูกกีดขวางกั้นกางเพียงเท่านั้น ไม่มีเหตุผล ไม่สมบูรณ์ที่ผู้ฟังผู้อ่านจะวินิจฉัยให้เป็นไปตามเหตุผลได้ว่า ผิดถูกประการใด การหักห้าม ก่อนผ่อนปรนย่อมเป็นไปตามเหตุการณ์พระในวัดผมก็ดูมีเหตุผลพอประมาณ ไม่น่าห้ามหรือกีดกันแบบไม่เข้าเรื่องดังที่ท่านว่าไป ส่วนมากผมเองก็ยุ่งกับพระ เณร ประชาชนอยู่เสมอ สุขภาพก็ไม่อำนวย จึงสะดวกบ้าง ขัดข้องบ้างสำหรับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่สมใจทุกรายไป การให้อภัยนั้นผมให้เสมอ นี่ก็เขียนมาด้วยความเป็นกันเอง สงสารนั่นเอง!

"ท่านอาจารย์พระมหาบัว วัดป่าบ้านตาด"

ผู้ตอบ


 

วัตถุมงคล